ANTIG 14
หน้าร้าน ©ANTIG 14 : พิมพ์คำว่า ANTIG ตามด้วยตัวเลข เช่น ANTIG 1 หรือ ANTIG 18 , ANTIG 102 ท่านจะพบกับร้านค้าของเรา




ชื่อวัตถุมงคล : 040 เจ้าพ่อกวนอู ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่เทพารักษ์ แตวใหญ่ ปากน้ำโพ
ประเภท : เปิดให้บูชา
: รายละเอียด :

เจ้าพ่อกวนอู ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่เทพารักษ์ แตวใหญ่ ปากน้ำโพ
พิมพ์นี้ หาง่ายกว่า เจ้าพ่อเทพารักษ์ แต่ยังไงก็หายากสุดๆ ครับ เพราะว่าสร้างน้อย

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม แควใหญ่ ปากน้ำโพ

ณ ที่ราบริมฝั่งต้นแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไหลมาบรรจบมีศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพยึดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยจีนและชนชาติต่างๆ ประชาชนทั่วไปเรียกกันว่า “ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม”หรือศาลเจ้าพ่อแควใหญ่ตั้งอยู่ตรงข้ามตลาดปากน้ำโพบนถนนสายนครสวรรค์-ชุมแสง ตัวศาลหันหน้าไปทางแม่น้ำ ประวัติความเป็นมาของศาลนี้ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าสร้างขึ้นสมัยใด ใครเป็นผู้สร้าง มีเพียงระฆังโบราณ ซึ่งจารึกเป็นภาษาจีนว่า นายหงเปียว แซ่ภู่ แห่งหมู่บ้านเคอเจี้ยซัน อำเภอวุ่นอี้(ปัจจุบันคือ วุ้นซัง) มณฑลไหหลำ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน นำมาถวายในปี ค.ศ.1870 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ.2413 ปลายราชวงศ์ชิงตรงกับต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ราชกาลที่ 5)


จากจารึกดังกล่าวสันนิษฐานได้ว่า ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม (แควใหญ่) ต้องสร้างก่อนปี พ.ศ. 2413 แน่นอน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า ศาลนี้มีอายุกว่า 130 ปีเพราะกว่าจะมีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือจำเป็นต้องใช้เวลา ผู้ถวายระฆังเป็นคนต่างถิ่นจากประเทศจีน ซึ่งสมัยนั้นการคมนาคมลำบาก ไม่สะดวกรวดเร็ว ดังนั้นการสื่อสารความศักดิ์สิทธิ์ปากต่อปาก จนผู้ถวายระฆังรับรู้มากราบไหว้และความสำเร็จสมหวังจนนำระฆังมาถวายต้องใช้เวลาในอีกหลายปี


ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม (แควใหญ่)แห่งนี้มีอายุกว่า 130 ปีจริงหรือ?
ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม (แควใหญ่) แห่งนี้มีอายุกว่า 130 ปีจริง แม้สถาปัตยกรรมที่เห็นปัจจุบันจะเป็นแบบเรียบง่าย และมีความเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ แต่ประวัติความเป็นมา นอกจากข้อมูลบนระฆังโบราณ ยังมีคำบอกเล้าของผู้อาวุโสซึ่งอายุ 80 ปี ที่ได้รับบอกเล่าต่อกันมา และภาพถ่ายเท่าที่ยังสามารถรวบรวมทำให้เชื่อได้ว่า ศาลเจ้าพ่อแควใหญ่ หรือศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ปัจจุบันเดิมเป็นศาลไม้ตั้งอยู่ริมตลิ่ง บริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหลมยื่นออกไป
เนื่องจากบริเวณที่ตั้งศาลเดิมนั้น เป็นวังน้ำวนทำให้ตลิ่งถูกน้ำเซาะพังทีละน้อย สภาพศาลก็ทรุดโทรม ชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาจึงร่วมใจบริจาคสร้างศาลใหม่ จากป้ายไม้กลางศาลเขียนเป็นภาษาจีนไว้ว่า โควกงเมี้ยวบอกว่าสร้างศาลใหม่ระบุปี ค.ศ. 1909 ตรงกับ พ.ศ.1909 และการสร้างศาลใหม่ครั้งนั้นยังได้รวมศาลเจ้าพ่อกวนอูที่ตั้งอยู่ทางใต้บริเวณใกล้เคียง ซึ่งศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ได้รับภาระช่วยเหลือด้านการเงินให้กับศาลเจ้าพ่อกวนอูปีละ 200 บาท การรวมศาลเข้าด้วยกันใช้งบประมาณสร้างใหม่เป็นเงิน 3,500 บาท มีผู้รับเหมาเป็นชาวชุมแสง โดยใช้ไม้เก่าที่มีสภาพดี จากหลักฐานที่แผ่นป้ายไม้บนผนังศาล ระบุรายชื่อผู้มีจิตศรัทธาและระบุปีที่สร้างศาลตรงกับ ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454 ) ทำให้พอสันนิษฐานได้ว่า ศาลถูกรื้อสร้างใหม่อีกครั้ง จากคำบอกเล่าและภาพถ่ายล่าสุด พบว่าศาลเก่าเป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูง พื้นต่างระดับ เมื่อผู้มีจิตศรัทธาเข้ามากราบไหว้มักเดินสะดุดล้มอยู่เนืองๆ นอกจากพื้นเดิมเป็นไม้ ไม่ได้ขัดคุณเสรีสวัสดิ์ เกิดจิตศรัทธาที่จะขัดพื้นให้เรียบและลงแลคเกอร์โคบุ่น เห็นจึงเกิดศรัทธาร่วม ทั้งสองได้สมทบทุนและแรงกายทำการขัดพื้นศาลเจ้าร่วมกัน จึงพบว่าศาลเจ้านั้นผุมาก เมื่อคุณนายสุรีย์ เดชอุดม มาไหว้เจ้า จึงบอกเชิญชวนให้บริจาคทรัพย์ เพื่อบูรณะ คุณนายสุรีย์ขอให้เปลี่ยนพื้นเป็นไม้แดง ขนาด 8 นิ้วX1 ½ นิ้วและปรับพื้นให้เสมอกัน เมื่อบูรณะจึงพบว่านก็พัง จึงทำการซ่อมแซมและเปลี่ยนใหม่ส่วนตัวฝาผนังและหลังคายังคงสภาพเดิม


ปี พ.ศ.2512 คณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม(แควใหญ่)พิจารณาเห็นว่าประชาชนทุกชาติทุกภาษา ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เดินทางกราบไหว้องค์เทพเจ้าเพิ่มมากขึ้น จนศาลคับแคบ จึงทำการต่อเติมด้านหน้าเป็นห้องโถงมีระเบียงยื่นพ้นชายคา ตรงกลางมีบันไดปูนทอดลงพื้นล่าง ระเบียงด้านขาวมือ(ยื่นหันหน้าเข้าศาล)มีแท่นบูชาเทพยดาฟ้าดิน โดยมีน้ำเต้าไฟสูงตระหง่านได้ระดับสำหรับเผากระดาษเงินกระดาษทองบูชาระเบียงด้านซ้ายมือเป็นห้องโล่งกว้างเสมอกับด้านขวา ใช้เป็นที่ประกอบพิธีไหว้ในวาระสำคัญๆ เช่น พิธีทิ้งกระจาด


บนหลังศาลสันกลางประดับด้วยมังกรคู่ชูลูกแก้ว สันหลังคาที่หลั่นลงมาทั้งสองข้างประดับด้วยหงส์ ปลายสันหลังคาเป็นมังกรหัวหงาย สวยงามตระการตา ใช้ชายตาตรงกลางเขียนชื่อศาลด้วยซ้ายมือ (หันหน้าเข้าศาล)เขียนเมตตาปราณี ด้านขวาเขียนว่า สุจริต ยุติธรรม


ปีพ.ศ. 2525 คณะกรรมการได้ขออนุญาตองค์เทพเจ้าเพื่อต่อเติมอาคารด้านหลังบริเวณทั้งตั้งแท่นประทับองค์เทพเจ้าและที่ตั้งโต๊ะวางของเซ่นไหว้ เพื่อขยายพื้นที่ศาลให้กว้างสำหรับรองรับผู้มีจิตศรัทธามากราบไหว้เชื่อมต่อกับศาลเดิมที่เป็นไม้ใต้ถุนสูงอย่างกลมกลืน


ปีพ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นปีมังกรทอง ชาวจีนถือเป็นสิริมงคล คณะกรรมการได้พิจารณาเห็นว่าตัวอาคาร และสีเศร้าหมอง มังกรและหงส์บนหลงคาศาลชำรุด ควรทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ เพื่อธำรงศาลศักดิ์สิทธ์ให้เป็นโบราณสถาน ศูนย์รวมใจของชาวจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดใกล้เคียงสืบต่อไป จึงจดพิธีบวงสรวง ขออนุญาตจากองค์เทพเจ้าเพื่อทำการบูรณะ ซึ่งในครั้งนั้นจำเป็นต้องอัญเชิญองค์เทพเจ้าลงจากแท่นที่ประทับ อันเชิญดวงทิพย์วิญญาณเสด็จสู่สวรรค์ จึงจะอนุญาตให้ช่างขึ้นหลังคาศาลทำการบูรณะตามกำหนดการที่องค์เทพเจ้าแจ้ง เพื่อทำการบูรณะระหว่าง 3 กรกฎาคม ถึง 19 ตุลาคม 2543 จากนั้นคณะกรรมการจะต้องจัดพิธีบวงสรวงองค์เทพเจ้า จัดพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงและอัญเชิญเทพเจ้าเสด็จประทับในองค์บูชา ซึ่งเปลี่ยนเครื่องทรงและทำพิธีลุยไฟ เพื่อสร้างศรัทธาในองค์เทพเจ้า ก่อนอัญเชิญขึ้นประทับ ญ แท่นที่ประทับในวันที่ 21 ตุลาคม 2543 จะเห็นได้ว่าศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มิได้กระทำการบูรณะซ่อมแซมได้ตามความต้องการของคณะกรรมการ ดังนั้นการทำนุบำรุงศาลศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จึงถือเป็นบุญกุศลที่คณะกรรมการชุดแล้วชุดเล่า ได้ถือเป็นภารกิจสำคัญสืบต่อกันมาด้วยความเสียสละทุ่มเท.

บูชา : 900 บาท
ข้อมูลการติดต่อ : นางสาวพันธุ์ทิพย์ วัยนิพลี
093-2480159 ang7kong@gmail.com
จำนวนผู้เปิดชม : 0514 ครั้ง
โพสเมื่อ : 2012-04-05 23:18:19
ปรับปรุงล่าสุด : 2012-04-05 23:18:19
Share ข้อมูล :
สอบถามเกี่ยวกับวัตถุมงคลนี้
ชื่อผู้โพส
E-mail
โทรศัพท์
ข้อความ
Code ยืนยันการโพสโค้ดยืนยันการโพส
ชื่อร้าน : ANTIG 14
โดย : นางสาวพันธุ์ทิพย์ วัยนิพลี
ที่อยู่ติดต่อ : 491 หมู่ที่ 7 ต.สมอเเข อ.เมือง จ. พิษณุโลก 65000
หมายเลขโทรศัพท์ : 093-2480159
E-Mail ติดต่อ : ang7kong@gmail.com
URL ของร้าน : http://antigpra.com/shop/antigfourteen/
 ธนาคารกสิกรไทย :   สาขา สาขา ถนนสายเอเซีย  
ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์/สะสมทรัพย์
ชื่อบัญชี : นายอุดร เหลืองวิชชเจริญ  
หมายเลขบัญชี : 4032253429